อยากให้ลูกหลานสูงขึ้น ทำได้ไหม? หมอเล่าเรื่อง "โอกาสเพิ่มความสูง"
อยากให้ลูกหลานสูงขึ้น ทำได้ไหม? หมอเล่าเรื่อง "โอกาสเพิ่มความสูง"
"หมอคะ หลานชายหนูอายุ 17 ปี อยากสูงอีก 5 ซม. จะมีโอกาสไหมคะ? หนูให้เขากินแมกนีเซียมทุกวันได้หรือเปล่า?"
เป็นคำถามจากคุณป้าใจดีที่พาหลานมาหาหมอ พร้อมกับความหวังว่า...ยังพอมีเวลาให้หลานชายสูงขึ้นอีกนิด
หลายบ้านคงมีคำถามแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมครับ? วันนี้หมอขอเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ นะครับ
หมออยากบอกว่า..."ความสูง" มีช่วงเวลาทองที่เราต้องรีบใช้ให้คุ้ม
เด็กผู้ชายส่วนใหญ่จะมีโอกาสสูงขึ้นได้ต่อเนื่องจนถึงอายุประมาณ 18–19 ปี ซึ่งอาจจะหยุดช้ากว่านี้เล็กน้อยในบางคน
และช่วงที่สูงพรวดที่สุด (เรียกว่า growth spurt) มักอยู่ในช่วงอายุ 12–15 ปี
ถ้าเลยอายุ 17 ปีแล้ว การจะเพิ่มความสูงอีกมาก ๆ จึงเริ่มเป็นเรื่องที่ยากขึ้นครับ เพราะกระดูกหลายจุดเริ่มปิดแล้ว
เข้าใจกลไกของ "ความสูง" ก่อนว่าเกี่ยวกับอะไรบ้าง
ความสูงของแต่ละคนถูกกำหนดจากหลายปัจจัย เช่น
- พันธุกรรม: ถ้าพ่อแม่สูง ลูกมีโอกาสสูง แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ
- ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต เช่น โกรทฮอร์โมน
- โภชนาการ: ได้สารอาหารครบไหม โดยเฉพาะโปรตีน, แคลเซียม, วิตามินดี
- การนอนหลับ: โกรทฮอร์โมนจะหลั่งช่วงหลับลึก โดยเฉพาะตอน 4–5 ทุ่มถึงตี 2
- การออกกำลังกาย: โดยเฉพาะกีฬาที่ใช้แรงกระโดด เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล
แมกนีเซียม...ช่วยให้สูงไหม?
แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทต่อสุขภาพกระดูกจริงครับ แต่ไม่ได้ทำให้สูงขึ้นโดยตรง
มันช่วยให้แคลเซียมทำงานได้ดีขึ้น และช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย
แต่ถ้าให้กิน "เพื่อหวังให้สูงขึ้น" โดยที่ไม่ได้ขาดแมกนีเซียมจริง ๆ อาจจะไม่ได้เห็นผลชัดเจนครับ
ดังนั้น ถ้าจะให้หลานกินแมกนีเซียมวันละ 1 เม็ด ก็ไม่ถือว่าอันตรายถ้าเป็นขนาดมาตรฐาน
แต่ต้องดูว่าได้แมกนีเซียมจากอาหารปกติอยู่แล้วหรือเปล่า เช่น ถั่ว เมล็ดพืช ผักใบเขียว
และต้องไม่ลืมสารอาหารตัวอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า เช่น โปรตีนและแคลเซียม
แล้วทำอย่างไร ถึงจะช่วยให้หลานสูงได้มากที่สุดในช่วงเวลานี้?
หมอแนะนำแบบนี้ครับ
- นอนให้พอ – ควรเข้านอนช่วง 3–4 ทุ่ม และหลับลึกอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง
- กินให้ครบหมู่ – เน้นโปรตีน เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ เต้าหู้ ดื่มนมวันละ 2 แก้ว
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ – โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีการกระโดด ยืดตัว เช่น บาสเกตบอล โหนบาร์
- หลีกเลี่ยงน้ำตาล ของหวาน น้ำอัดลม – เพราะอาจรบกวนการดูดซึมแคลเซียม
- ไม่ควรใช้ยาเร่งสูง หรือฮอร์โมนโดยไม่ปรึกษาแพทย์ – อาจมีผลเสียในระยะยาว
อย่าลืมตรวจร่างกายประจำปี
เด็กวัยรุ่นควรได้ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะถ้ารู้สึกว่าตัวเอง "เตี้ยกว่าเพื่อนมาก" หรือ "หยุดสูงไวผิดปกติ" เพราะอาจมีปัญหาฮอร์โมน หรือโรคบางอย่างที่ต้องรักษาเร็ว
แพทย์อาจขอตรวจเพิ่มเติม เช่น
- X-ray ข้อมือ ดูว่า "กระดูกปิดแล้วหรือยัง"
- ตรวจระดับโกรทฮอร์โมน หรือฮอร์โมนเพศ ถ้าจำเป็น
แล้วถ้ากระดูกปิดไปแล้ว ยังพอมีทางไหม?
ถ้ากระดูกปิดแล้ว (มักหลังอายุ 18–20 ปี ในผู้ชาย) ความสูงจะเพิ่มยากมากครับ เพราะแผ่นกระดูกที่เคยเป็นเหมือนรอยต่อในการเจริญเติบโต (growth plate) ได้กลายเป็นกระดูกแข็งถาวรแล้ว
ในกรณีที่อยากเพิ่มความสูงหลังจากนี้ เช่น อยากสอบเข้าอาชีพที่ต้องการส่วนสูงเฉพาะ อาจมีการผ่าตัดยืดกระดูก ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูง
หมอสรุปให้นะครับ
อายุ 17 ปี ยังไม่สายครับ ถ้าตั้งใจจริง อาจเพิ่มได้อีก 2–5 เซนติเมตร
สิ่งสำคัญคือ ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมทั้งเรื่องการนอน อาหาร และการออกกำลังกาย
ส่วนแมกนีเซียม ถ้าอยากให้เสริม ก็ควรเลือกที่ได้มาตรฐาน และไม่เกินขนาดที่แนะนำต่อวัน
แต่ไม่ใช่ตัวยาวิเศษนะครับ ต้องดูภาพรวมทั้งหมด
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#โภชนาการวัยรุ่น #อยากสูงต้องทำไง #แมกนีเซียมช่วยสูงไหม #หมอกระดูก #หมอเก่งกระดูกและข้อ
Comments
Post a Comment